การประกันคุณภาพ

จาก สารานุกรมออนไลน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

9oFFRd http://www.FyLitCl7Pf7ojQdDUOLQOuaxTXbj5iNG.com

[แก้ไข] การประเมินคุณภาพจาก สมศ.รอบที่ 3 (พ.ศ. 2554-พ.ศ. 2558)

กำลังรวบรวมข้อมูล

[แก้ไข] การประเมินคุณภาพจาก สมศ.รอบที่ 2 (พ.ศ. 2549-พ.ศ. 2553)

สำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน) หรือ [สมศ.] เข้าตรวจประเมินคุณภาพการศึกษารอบที่ 2 (เป็นครั้งแรกของการยกฐานะเป็นนิติบุคคล "มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา") โดยดำเนินการตรวจประเมินด้วยคณะกรรมการจาก สมศ. โดยมี รศ.ประดิษฐ์ มีสุข เป็นประธานผู้ประเมินภายนอก และกรรมการประกอบด้วย รศ.ดร.วัลลภ สันติประชา ผศ.ดร.ปรีดิ์มน นครินทร์ และมี ผศ.อิ่มจิตต์ เลิศพงศ์สมบัติ เป็นกรรมการและเลขานุการ [รายละเอียดเพิ่มเติม...] [1]
  • บทสรุปผู้บริหาร
นำเสนอผลการตรวจเยี่ยมด้วยวาจา
นำเสนอผลการตรวจเยี่ยมด้วยวาจา
สถาบันราชภัฏยะลาเดิมเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2477 ต่อมากรมการฝึกหัดครูประกาศยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูยะลาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2506 และเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานนามวิทยาลัยครูว่า “สถาบันราชภัฏ” แทนวิทยาลัยครู โดยในปี พ.ศ. 2538 ได้ประกาศ “พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538” วิทยาลัยครูยะลาจึงเปลี่ยนเป็น “สถาบันราชภัฏยะลา” ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 ได้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นแทนสถาบันราชภัฏ ตาม “พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2547” สถาบันราชภัฏยะลา จึงมีนามใหม่ว่า “มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา”
สถาบันราชภัฏยะลามีหน่วยงานจัดการเรียนการสอน 7 คณะวิชา คือ คณะครุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ โครงการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีการเกษตร โครงการจัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ และโครงการบัณฑิตศึกษาได้เปิดสอนหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต วิทยาศาสตร์บัณฑิต ศิลปศาสตร์บัณฑิต ในระดับอนุปริญญา ปริญญาตรีและปริญญาตรีต่อเนื่อง และหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาสาขาสังคมศาสตร์เพื่อการศึกษามีหน่วยงานสนับสนุนการบริการและสนับสนุนวิชาการจำนวน 9 หน่วยงาน โดยได้รับงบประมาณสำหรับการดำเนินงานทั้งสิ้น 82.17 ล้านบาท
ในปีการศึกษา 2547 สถาบันราชภัฏยะลามีบุคลากรรวมทั้งสิ้น 331 คน เป็นอาจารย์ 195 คน จำแนกอาจารย์ประจำ 173 คน และอาจารย์อัตราจ้าง 22 คน อาจารย์มีวุฒิการศึกษาและตำแหน่งทางวิชาการดังนี้ ปริญญาตรี 47 คน สูงกว่าปริญญาตรี 33 คน ปริญญาโท 140 คน และปริญญาเอก 5 คน สำหรับอาจารย์ประจำมีตำแหน่งทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ 3 คน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 38 คน และอาจารย์ 132 คน สถาบันฯ มีนักศึกษารวมทั้งสิ้น 9,367 คน จำแนกเป็นระดับอนุปริญญา 1,325 คน และระดับปริญญาตรี 8,042 คน เป็นนักศึกษาภาคปกติ 4,078 คน นักศึกษาภาค กศ.พท. 2,567 คน และนักศึกษาภาค กศ.บป. 2,722 คน มีผู้สำเร็จการศึกษา จำนวน 701 คน
คณะผู้ประเมินคุณภาพภายนอก ได้ทำการศึกษาข้อมูลจากรายงานการประเมินตนเอง จากหลักฐานเอกสารต่างๆ ของสถาบันฯ และได้เข้าตรวจเยี่ยมสถาบันฯ ในระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2548 โดยฟังการบรรยายสรุปจากผู้บริหาร และศึกษาข้อมูลจากเอกสาร พบสนทนา กับผู้บริหารระดับอธิการบดี คณบดี คณาจารย์ เจ้าหน้าที่สนับสนุนการสอน เจ้าหน้าที่ธุรการและนักศึกษาคณะต่างๆ ทุกระดับ และบุคคลภายนอก ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้ใช้บัณฑิตและศิษย์เก่า


  • บทสรุป/ข้อสังเกตโดยรวม
นำเสนอผลการตรวจเยี่ยมด้วยวาจา
นำเสนอผลการตรวจเยี่ยมด้วยวาจา
สถาบันราชภัฏยะลา เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับในด้านผลิตครู ซึ่งถือว่าเป็นแม่แบบของสถาบันการศึกษาอื่นๆ มาเป็นเวลานาน บัณฑิตที่จบจากสถาบันฯแห่งนี้เป็นที่ต้องการเนื่องจากมีความรู้ ความสามารถในการสอน มีความอดทนและมีความกระตือรือร้นคณาจารย์และนักศึกษามีความผูกพันใกล้ชิดกันมาก ตลอดจนศิษย์เก่ามีความรัก ผูกพัน และภาคภูมิใจในสถาบันการศึกษาแห่งนี้ สถาบันราชภัฏยะลา เป็นสถาบันที่ให้โอกาสกับนักศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นสถาบันที่มีการบูรณาการความหลากหลายทางวัฒนธรรมและทางชีวภาพสู้การจัดการเรียนการสอนและการวิจัย สถาบันฯ มีรูปแบบการให้บริการแก่ชุมชนในรูปแบบต่างๆ และได้ขยายการศึกษาไปยังจังหวัดอื่นๆ เช่น ศูนย์การศึกษา อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ศูนย์การศึกษา อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งกำลังพัฒนาเป็นวิทยาลัยนานาชาติ โดยร่วมมือกับเทศบาลเมืองเบตง สำหรับด้านประกันคุณภาพการศึกษานับเป็นจุดเริ่มต้นของสถาบันฯ และอยู่ระหว่างการปรับปรุงกระบวนการให้ดีขึ้น โดยพยายามสร้างความเข้าใจกับบุคลากรทุกคน ทุกระดับ
ข้อสังเกตที่สำคัญ สถาบันฯ ยังมีระบบโครงสร้างที่ทำให้การบริหารไม่คล่องตัว (แต่อยู่ในระหว่างการปรับปรุง) หลักสูตรและโปรแกรมการศึกษายังยึดแบบดั้งเดิม ได้แก่ เน้นการเรียนการสอนในห้องเรียนมากเกินไป ทำให้จำนวนหน่วยกิตสูงมาก ทำให้อาจารย์ไม่มีเวลาที่จะดำเนินการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้นอกจากนี้ยังได้ให้อาจารย์ไปทำงานด้านธุรการในหน่วยงานต่างๆ มากจนทำให้อาจารย์ไม่มีเวลาทำการศึกษาด้านค้นคว้าวิจัย สำหรับด้านข้อมูลสารสนเทศ นับว่ายังมีความไม่สมบูรณ์ เพราะขาดการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศระหว่างคณะกับสถาบัน จึงทำให้ข้อมูลขาดหายหรือไม่สอดคล้องกัน
ข้อเสนอแนะที่ต้องการให้พัฒนาเร่งด่วน 3 อันดับแรก
1. การจัดระบบการบริหารจัดการองค์การของสถาบันราชภัฏยะลา โดยเร่งทบทวนการปรับปรุงและการพัฒนาโครงสร้างหน่วยงานระดับต่างๆ รวมทั้งจัดระบบบริหารงานวิชาการ และงานสนับสนุนวิชาการ และการบริหารงานบุคคลเพื่อให้สามารถรองรับภารกิจ ตามพระราชบัญญัติมาตรา 8 อย่างมีประสิทธิผล โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี หลังจากได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์จาก สมศ.
2. การปรับปรุงหลักสูตรโดยเฉพาะหลักสูตรต่างๆ ที่มีจำนวนหน่วยกิต รวมจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอน และจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่างๆ เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง และมีโอกาสในการทำกิจกรรมสนองต่อสังคม การปรับปรุงหลักสูตรนั้น ควรนำผลการประเมินของผู้ใช้บัณฑิต ผู้ทรงคุณวุฒิ และศิษย์เก่าเข้ามา มีส่วนร่วมในการปรับปรุง โดยเร่งดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี หลังจากได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์จาก สมศ.
3. การพัฒนาวิจัย โดยปรับปรุงลดภาระงานสอน ธุรการของอาจารย์ และสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ และการพัฒนาระบบสนับสนุนการวิจัย เช่น จัดให้มีกองทุนวิจัย ระบบนักวิจัย พี่เลี้ยงและสร้างเครือข่ายสำหรับการวิจัย รวมทั้งส่งเสริมการเผยแพร่งานวิจัยในวารสารวิชาการที่มีระบบประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และส่งเสริมการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตชุมชนให้มากขึ้น เพื่อให้สถาบันเป็นแหล่งความรู้ที่เข้มแข็งในด้านนี้ โดยจัดทำแผนพัฒนางานวิจัยให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีหลังจากได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์จาก สมศ.
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและทิศทางในอนาคต
1. การพัฒนาไปสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่น ที่เสริมสร้างพลังปัญญาของแผ่นดิน โดยฟื้นฟูหลังการเรียนรู้ เชิดชูภูมิปัญญาของท้องถิ่น สร้างสรรค์ศิลปะวิทยาเพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนของชุมชน รวมทั้งมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งเป็นบทบาทที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและทางชีวภาพ
2. สร้างความเข้มแข็งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อให้สามารถเป็นที่พึ่งของชุมชนได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์และความเป็นสถาบันผลิตครูที่เป็นแม่แบบไว้
3. สถาบันราชภัฏยะลา ควรขยายศูนย์สอนภาษาจีนที่อำเภอเบตง ซึ่งเป็นศูนย์ที่ได้ความร่วมมือกับเทศบาลเมืองเบตงให้เป็นวิทยาลัยนานาชาติที่สมบูรณ์แบบ ทำหน้าที่ทั้งผลิตบัณฑิตและบริการวิชาการด้านภาษาจีน ซึ่งเป็นภาพที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้น และการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมบริการต่อไป

[แก้ไข] อ้างอิง

  1. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคณภาพการศึกษา.(2546). รายงานการประเมินคุณภาพภายนอก มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ประจำปีการศึกษา 2546. กรุงเทพฯ:สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคณภาพการศึกษา,หน้า 3,11-12.
เครื่องมือส่วนตัว
สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม